รูปทรงริมฝีปากที่สวยงามนั้น ริมฝีปากบนจะบางกว่าริมฝีปากล่าง ในอัตราส่วนประมาณ 1:3 ค่ะ
ริมฝีปากบนที่มีลักษณะเป็นกระจับ จะเพิ่มความน่ารักให้ใบหน้าได้มาก
ปัจจุบันมีความนิยมทำริมฝีปากให้เป็นรูปกระจับมากขึ้น
วิธีการทำก็ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่ตัดส่วนด้านในของริมฝีปากออกให้ได้รูปทรงตามต้องการ
โดยเทคนิคของหมอ จะบล๊อคยาชาบริเวณข้างแก้มสองข้าง (infraorbital nerve block) โดยจะไม่ฉีดยาชาเข้าไปโดยตรงที่ริมฝีปาก เพราะจะทำให้ริมฝีปากบวม กะยาก ข้อดีของการบล๊อคยาชาข้างแก้มคือ ทำให้ริมฝีปากบนชา โดยไม่บวม หมอจะสามารถตัดส่วนในของริมฝีปากได้อย่างแม่นยำ ไม่เบี้ยว ค่ะ
ขอเชิญดูภาพรีวิวเพิ่มเติมที่เพจ www.facebook.com/asayaplastics
ปรึกษาแพทย์โดยตรงไลน์ asaya_s
วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556
การทำปลายจมูกให้เรียวโด่ง โดยใช้กระดูกอ่อนจากใบหูมาต่อที่ปลายจมูก
การผ่าตัดตกแต่งจมูกให้สวยนั้น ไม่ใช่แค่การเสริมซิลิโคนอย่างเดียว แบบที่นิยมกันเมื่อศตวรรษก่อน เพราะปัจจุบันเรารู้้แล้วว่า การที่ทรงจมูกจะสวยได้รูปนั้น ต้องสวยตั้งแต่ดั้ง จรดปลายจมูก
คนไทยส่วนมาก มีปลายจมูกใหญ่ กลม ลักษณะคล้ายรูปชมพู่ ปีกจมูกกว้าง นั่นเกิดจากกระดูกอ่อนปลายจมูกของคนไทย มีขนาดเล็ก แบะกางออกจากกัน และเนื้อที่ปลายจมูกหนา
ยิ่งคนที่เคยเสริมจมูกด้วยซิลิโคนมาก่อนแล้ว (ภาพบน) ปลายซิลิโคนมักจะจมลงเรื่อยๆ และกดปลายจมูกให้ยิ่งทู่ ดูไม่เป็นธรรมชาติ
การแก้ไขสามารถทำได้ โดยการผ่าตัดเข้าไปเย็บกระดูกอ่อนปลายจมูก ให้ชิดกันมากขึ้น และเล็มเนื้อส่วนเกินออกบ้าง จากนั้นนำเอากระดูกอ่อนที่ใบหู มาเสริมบริเวณปลายจมูกให้โด่งขึ้น จะได้ปลายจมูกที่เรียว โด่ง สวยขึ้นค่ะ (ภาพล่าง หลังผ่าตัด สองสัปดาห์)
สนใจดูภาพรีวิวเพิ่มเติม เชิญที่เพจ www.facebook.com/asayaplastics
ปรึกษาแพทย์โดยตรงติดต่อไลน์ asaya_s
วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556
การแก้ไขจมูก (revision rhinoplasty) มีภาพตัวอย่างเคส
![]() |
| การแก้ไขจมูกที่เคยซิลิโคนทะลุ ด้วยการใช้กระดูกอ่อนหลังหู |
การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแท่ง ที่นิยมทำกันในประเทศไทยนั้น อาจทำให้เกิดปัญหา แท่งซิลิโคนดันปลายจมูก ทำให้ผิวหนังปลายจมูกบาง แดง เกิดตุ่มน้ำ และในที่สุดถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะทะลุได้
เมื่อซิลิโคนทะลุออกมาแล้ว ควรรีบเอาซิลิโคนออก กินยาปฏิชีวนะ และรอให้แผลหาย ซึ่งใช้เวลา 3-6 เดือน ก่อนที่จะสามารถทำการแก้ไขในลำดับต่อไป
ผลที่ตามมาจากซิลิโคนทะลุนั้น อาจทำให้เยื่อพังผืดปลายจมูกหดตัว ส่งผลให้ปลายจมูกสั้น และเชิดขึ้น ร่วมกับหนังปลายจมูกที่บางและมีแผลเป็นอยู่ ยิ่งทำให้ดูแย่ลงไปอีก
แต่การแก้ไขก็ยังสามารถทำได้ค่ะ โดยการเอากระดูกอ่อนที่ใบหูมาแก้ไขโครงสร้างของปลายจมูก มาต่อให้ปลายจมูกยาวขึ้นได้ โดยที่ใบหูจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป และแผลจะซ่อนอยู่หลังใบหู
แต่อย่างไรก็ตาม เราควรจะป้องกันไม่ให้ซิลิโคนทะลุมาที่ปลายจมูก โดยถ้าคุณที่เคยเสริมซิลิโคนจมูกมาแล้ว มีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ เจ็บปลายจมูก ปลายจมูกบางมาก คลำปลายซิลิโคนชัดเจน ปลายจมูกแดง หรือมีตุ่มคล้ายสิวเกิดขึ้นที่ปลายจมูก ให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อแพทย์จะทำการแก้ไขได้ทันก่อนที่ซิลิโคนจะทะลุออกมาค่ะ
ปัจจุบัน เทรนการเสริมจมูกเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยนิยมเสริมซิลิโคน จะเริ่มหันมานิยมการใช้เนื้อเยื่อตัวเอง เพราะจะไม่มีปัญหาทะลุ การใช้เนื้อเยื่อตัวเองนั้น ทีนิยมก็เช่น การใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาเสริมปลายจมูก ให้เชิด ให้เป็นหยดน้ำ ซึ่งลำพังการใช้ซิลิโคนจะทำไม่ได้ หรือถ้าฝืนใช้ซิลิโคน ก็จะเกิดปัญหาทะลุดังกล่าวค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
scrotal reconstruction (การสร้างถุงอัณฑะใหม่)
ผู้ป่วยติดเชื้อที่ถุงอัณฑะและบริเวณใกล้เคียง (Fournier gangrene) ได้รับการตัดเนื้อตายออก ตัดถุงอัณฑะออก และเอาอัณฑะ ไปฝังเก็บรักษาไว้ใต้เนื้อเยื่อขาหนีบ
ภาพขวา หลังจากผ่าตัดสร้างถุงอัณฑะใหม่ โดยใช้ inner thigh flap
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
การปิดแผลขนาดใหญ่
ในภาพ ผู้ป่วยทำงานโรงงาน แขนเข้าเครื่องจักร โดนกระชากเนื้อหลุดเป็นบริเวณกว้าง โดยที่หลอดเลือดด้านหนึ่งยังคงเหลืออยู่ ทำให้ปลายมือยังมีเลือดมาเลี้ยง ส่วนเส้นเอ็นฉีกขาดอย่างมาก
ภาพล่าง หลังจากผ่าตัดปิดแผลด้วย free TRAM flap (การตัดเอากล้ามเนื้อ และผิวหนังที่หน้าท้อง พร้อมหลอดเลือด ยกขึ้นมาต่อกับหลอดเลือดบริเวณแขน เพื่อปิดแผลขนาดใหญ่)
การปิดแผล ทำได้หลายวิธี ขึ้นกับขนาดและลักษณะของแผล แผลที่สะอาด อาจปิดได้ทันที ส่วนแผลที่สกปรก อาจต้องล้างแผลจนแน่ใจว่าไม่ีมีการติดเชื้อ จึงปิดแผล
วิธีการปิดแผล
1. เย็บปิด (primary closure) ในกรณีแผลสะอาด ขนาดเล็ก ที่สามารถเย็บถึงกันได้ / การเย็บปิดภายหลัง (delayed primary closure) ในกรณีแผลค่อนข้างสกปรก ต้องการล้างแผลให้สะอาดก่อน
2. การปล่อยให้แผลหายเอง ในกรณีแผลแคบๆ ไม่ลึก แผลอาจหายได้เอง
3. การเอาหนังจากส่วนอื่นมาแปะ (skin graft) ในกรณีแผลกว้าง หรือลึก เกินกว่าที่จะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็ควรเอาหนังจากส่วนอื่นมาแปะ
การที่จะเอาหนังมาแปะได้ บริเวณแผลจะต้อง มีเลือดมาเลี้ยงพอ ไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีมะเร็งซ่อนอยู่ ไม่เป็นบริเวณที่กระดูกหรือเส้นเอ็นโผล่ หนังที่นำมาแปะ จึงจะสามารถติดได้ ถ้าแผลใดที่มีข้อห้ามเหล่านี้ จะไม่สามารถเอาหนังมาแปะ แต่จะต้องย้ายเนื้อมาปิดแทน (flap)
4. การย้ายเนื้อจากบริเวณข้างเคียง (local flap) ในกรณีที่ตำแหน่งแผล ต้องการความสวยงามกลมกลืน หรือแผลที่ไม่สามารถเอาหนังมาแปะได้
5. การย้ายเนื้อจากบริเวณรอบข้าง (regional flap)
6. การย้ายเนื้อจากบริเวณห่างไกล (distant flap)
7. การย้ายเนื้อโดยการตัดขั้วหลอดเลือดมาต่อกับหลอดเลือดบริเวณแผล (free flap)
การลดขนาดจมูก (reduction rhinoplasty)
ในคนเชื้อสายฝรั่ง หรือแขก มักจะมีจมูกที่โด่งมาก และมีขนาดใหญ่ บางคนมีสันจมูกโก่งงอ เรียกว่า hump ซึ่งจะทำให้จมูกดูงุ้ม ไม่สวยงาม สามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัดเข้าไปตัดกระดูกอ่อน และฝนกระดูกสันจมูกให้ต่ำลง เพื่อให้ดูกลมกลืน
ในกรณีที่ปลายจมูกงองุ้ม ปลายจมูกยาวเกินไป สามารถแก้ไขให้สั้นลงและเชิดขึ้นเล็กน้อย ในการผ่าตัดเดียวกันได้
การผ่าตัดนี้ มักต้องดมยาสลบ
ในภาพ ผู้ป่วยอายุ 18 ปีชาวอาหรับ หายใจไม่โล่งรูจมูกขวา ตรวจพบ septum deviation ไปด้านขวา และมี hump ปลายจมูกงุ้มงอ (ภาพซ้าย) ด้านขวาเป็นภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ (septoplasty + hump reduction + tip plasty) ในภาพยังบวมอยู่
ในกรณีที่ปลายจมูกงองุ้ม ปลายจมูกยาวเกินไป สามารถแก้ไขให้สั้นลงและเชิดขึ้นเล็กน้อย ในการผ่าตัดเดียวกันได้
การผ่าตัดนี้ มักต้องดมยาสลบ
ในภาพ ผู้ป่วยอายุ 18 ปีชาวอาหรับ หายใจไม่โล่งรูจมูกขวา ตรวจพบ septum deviation ไปด้านขวา และมี hump ปลายจมูกงุ้มงอ (ภาพซ้าย) ด้านขวาเป็นภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ (septoplasty + hump reduction + tip plasty) ในภาพยังบวมอยู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











