วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

การแก้ไขจมูก (revision rhinoplasty) มีภาพตัวอย่างเคส


การแก้ไขจมูกที่เคยซิลิโคนทะลุ ด้วยการใช้กระดูกอ่อนหลังหู


การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแท่ง ที่นิยมทำกันในประเทศไทยนั้น อาจทำให้เกิดปัญหา แท่งซิลิโคนดันปลายจมูก ทำให้ผิวหนังปลายจมูกบาง แดง เกิดตุ่มน้ำ และในที่สุดถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะทะลุได้

เมื่อซิลิโคนทะลุออกมาแล้ว ควรรีบเอาซิลิโคนออก กินยาปฏิชีวนะ และรอให้แผลหาย ซึ่งใช้เวลา 3-6 เดือน ก่อนที่จะสามารถทำการแก้ไขในลำดับต่อไป

ผลที่ตามมาจากซิลิโคนทะลุนั้น อาจทำให้เยื่อพังผืดปลายจมูกหดตัว ส่งผลให้ปลายจมูกสั้น และเชิดขึ้น ร่วมกับหนังปลายจมูกที่บางและมีแผลเป็นอยู่ ยิ่งทำให้ดูแย่ลงไปอีก

แต่การแก้ไขก็ยังสามารถทำได้ค่ะ โดยการเอากระดูกอ่อนที่ใบหูมาแก้ไขโครงสร้างของปลายจมูก มาต่อให้ปลายจมูกยาวขึ้นได้ โดยที่ใบหูจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป และแผลจะซ่อนอยู่หลังใบหู

แต่อย่างไรก็ตาม เราควรจะป้องกันไม่ให้ซิลิโคนทะลุมาที่ปลายจมูก โดยถ้าคุณที่เคยเสริมซิลิโคนจมูกมาแล้ว มีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ เจ็บปลายจมูก ปลายจมูกบางมาก คลำปลายซิลิโคนชัดเจน ปลายจมูกแดง หรือมีตุ่มคล้ายสิวเกิดขึ้นที่ปลายจมูก ให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อแพทย์จะทำการแก้ไขได้ทันก่อนที่ซิลิโคนจะทะลุออกมาค่ะ

ปัจจุบัน เทรนการเสริมจมูกเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยนิยมเสริมซิลิโคน จะเริ่มหันมานิยมการใช้เนื้อเยื่อตัวเอง เพราะจะไม่มีปัญหาทะลุ การใช้เนื้อเยื่อตัวเองนั้น ทีนิยมก็เช่น การใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาเสริมปลายจมูก ให้เชิด ให้เป็นหยดน้ำ ซึ่งลำพังการใช้ซิลิโคนจะทำไม่ได้ หรือถ้าฝืนใช้ซิลิโคน ก็จะเกิดปัญหาทะลุดังกล่าวค่ะ


วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

scrotal reconstruction (การสร้างถุงอัณฑะใหม่)



ผู้ป่วยติดเชื้อที่ถุงอัณฑะและบริเวณใกล้เคียง (Fournier gangrene) ได้รับการตัดเนื้อตายออก ตัดถุงอัณฑะออก และเอาอัณฑะ ไปฝังเก็บรักษาไว้ใต้เนื้อเยื่อขาหนีบ 

ภาพขวา หลังจากผ่าตัดสร้างถุงอัณฑะใหม่ โดยใช้ inner thigh flap

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การปิดแผลขนาดใหญ่



ในภาพ ผู้ป่วยทำงานโรงงาน แขนเข้าเครื่องจักร โดนกระชากเนื้อหลุดเป็นบริเวณกว้าง โดยที่หลอดเลือดด้านหนึ่งยังคงเหลืออยู่ ทำให้ปลายมือยังมีเลือดมาเลี้ยง ส่วนเส้นเอ็นฉีกขาดอย่างมาก

ภาพล่าง หลังจากผ่าตัดปิดแผลด้วย free TRAM flap (การตัดเอากล้ามเนื้อ และผิวหนังที่หน้าท้อง พร้อมหลอดเลือด ยกขึ้นมาต่อกับหลอดเลือดบริเวณแขน เพื่อปิดแผลขนาดใหญ่)


การปิดแผล ทำได้หลายวิธี ขึ้นกับขนาดและลักษณะของแผล แผลที่สะอาด อาจปิดได้ทันที ส่วนแผลที่สกปรก อาจต้องล้างแผลจนแน่ใจว่าไม่ีมีการติดเชื้อ จึงปิดแผล

วิธีการปิดแผล
1. เย็บปิด (primary closure) ในกรณีแผลสะอาด ขนาดเล็ก ที่สามารถเย็บถึงกันได้ / การเย็บปิดภายหลัง (delayed primary closure) ในกรณีแผลค่อนข้างสกปรก ต้องการล้างแผลให้สะอาดก่อน
2. การปล่อยให้แผลหายเอง ในกรณีแผลแคบๆ ไม่ลึก แผลอาจหายได้เอง
3. การเอาหนังจากส่วนอื่นมาแปะ (skin graft) ในกรณีแผลกว้าง หรือลึก เกินกว่าที่จะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็ควรเอาหนังจากส่วนอื่นมาแปะ
การที่จะเอาหนังมาแปะได้ บริเวณแผลจะต้อง มีเลือดมาเลี้ยงพอ ไม่มีการติดเชื้อ ไม่มีมะเร็งซ่อนอยู่ ไม่เป็นบริเวณที่กระดูกหรือเส้นเอ็นโผล่ หนังที่นำมาแปะ จึงจะสามารถติดได้ ถ้าแผลใดที่มีข้อห้ามเหล่านี้ จะไม่สามารถเอาหนังมาแปะ แต่จะต้องย้ายเนื้อมาปิดแทน (flap)
4. การย้ายเนื้อจากบริเวณข้างเคียง (local flap) ในกรณีที่ตำแหน่งแผล ต้องการความสวยงามกลมกลืน หรือแผลที่ไม่สามารถเอาหนังมาแปะได้
5. การย้ายเนื้อจากบริเวณรอบข้าง (regional flap)
6. การย้ายเนื้อจากบริเวณห่างไกล (distant flap)
7. การย้ายเนื้อโดยการตัดขั้วหลอดเลือดมาต่อกับหลอดเลือดบริเวณแผล (free flap)

การลดขนาดจมูก (reduction rhinoplasty)

ในคนเชื้อสายฝรั่ง หรือแขก มักจะมีจมูกที่โด่งมาก และมีขนาดใหญ่ บางคนมีสันจมูกโก่งงอ เรียกว่า hump ซึ่งจะทำให้จมูกดูงุ้ม ไม่สวยงาม สามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัดเข้าไปตัดกระดูกอ่อน และฝนกระดูกสันจมูกให้ต่ำลง เพื่อให้ดูกลมกลืน

ในกรณีที่ปลายจมูกงองุ้ม ปลายจมูกยาวเกินไป สามารถแก้ไขให้สั้นลงและเชิดขึ้นเล็กน้อย ในการผ่าตัดเดียวกันได้

การผ่าตัดนี้ มักต้องดมยาสลบ

ในภาพ ผู้ป่วยอายุ 18 ปีชาวอาหรับ หายใจไม่โล่งรูจมูกขวา ตรวจพบ septum deviation ไปด้านขวา และมี hump ปลายจมูกงุ้มงอ (ภาพซ้าย) ด้านขวาเป็นภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ (septoplasty + hump reduction + tip plasty) ในภาพยังบวมอยู่

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การแก้ไขเต้านมหย่อนยาน หรือเต้านมใหญ่เกินไป (mastopexy and breast reduction)

ผู้หญิงบางคนเมื่ออายุมากขึ้น เต้านมจะหย่อนยานลง ไม่เต่งตึงเหมือนเก่า ทำให้ขาดความมั่นใจได้ เต้านมที่สวยงามควรตั้งอยู่บนกระดูกซี่โครงซี่ที่ 2-6 และหัวนมควรอยู่บนกระดูกซี่โครงซี่ที่4 ซึ่งถ้ามองดูจากภายนอกแล้ว เมื่อเราปล่อยแขนแนบลำตัว ตำแหน่งหัวนมควรตั้งอยู่ต่ำกว่ากึ่งกลางต้นแขนประมาณ 2 ซม. หรืออยู่สูงกว่าฐานเต้านม 2 ซม. ในผู้หญิงที่เต้านมหย่อนยาน ตำแหน่งหัวนมจะเคลื่อนต่ำลง และเนื้อเต้านมจะหย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยแบ่งระดับความรุนแรงของความหย่อนยานเป็น 3 ระดับ
ระดับ 1 หัวนมอยู่ระดับเดียวกับฐานเต้านม (A)
ระดับ 2 หัวนมอยู่ต่ำกว่าฐานเต้านม 1-3 ซม. (B)
ระดับ 3 หัวนมอยู่ต่ำกว่าฐานเต้านม > 3 ซม. (C)

การผ่าตัดแก้ไขสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งจะทำวิธีใดนั้นต้องคำนึงถึงขนาดของเต้านมและความรุนแรงของการหย่อนยาน

กรณีขนาดเต้านมเล็ก
- ถ้าเต้านมหย่อนยานไม่มาก (ระดับ1) แก้ไขโดยการเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
- ถ้าเต้านมหย่อนยานมาก (ระดับ2-3) แก้ไขโดยการเสริมเต้านมร่วมกับการตัดหนังส่วนเกินออก โดยลง
  แผลรอบปานนม

กรณีขนาดเต้านมเพียงพออยู่แล้ว
- ถ้าเต้านมหย่อนยานไม่มาก (ระดับ1) แก้ไขโดยการผ่าตัดยกเต้านมโดยลงแผลรอบปานนม และตัดหนังส่วนเกินออก แผลจะถูกซ่อนอยู่บริเวณรอยขอบของปานนม
- ถ้าเต้านมหย่อนยานมาก (ระดับ 2-3) แก้ไขโดยการผ่าตัดที่ต้องมีแผลยาวลงมาอีกเล็กน้อยด้านล่างของเต้านม (ที่ต้องมีแผลยาวหน่อยเพราะต้องตัดหนังออกมาก)

กรณีขนาดเต้านมใหญ่เกินไป จนมีอาการปวดไหล่ ปวดต้นคอ ปวดหลัง หรือมีเชื้อราใต้ฐานนม ถือเป็นความผิดปรกติที่ต้องลดขนาดเต้านมลง แก้ไขได้โดยการผ่าตัดลดขนาดเต้านมค่ะ

เต้านมหย่อนยานไม่มาก (ระดับ1) แก้ไขโดยผ่าตัดยกกระชับเต้านมโดยลงแผลรอบปานนม (ภาพจาก Mathes plastic surgery)

เต้านมหย่อนยานมาก แก้ไขโดยการผ่าตัดยกกระชับเต้านมโดยลงแผลยาวลงมาด้านล่าง (ภาพจาก Mathes plastic surgery)

ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดเต้านมอาจจะไม่สามารถให้นมบุตรได้อีก จึงควรทำในผู้ที่ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว ค่ะ

การผ่าตัดนี้ต้องดมยาสลบและนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน
หลังผ่าตัดอาจมีอาการชาเต้านมและหัวนมได้ แต่มักจะดีขึ้นได้เอง อาการชาถาวรเกิดขึ้นได้ไม่มาก

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การผ่าตัดแก้ไขหน้าท้องหย่อนยาน (abdominoplasty) มีตัวอย่างภาพเคสก่อนและหลังทำ

การผ่าตัดแก้ไขปัญหาหน้าท้องใหญ่และหนังหน้าท้องหย่อนยาน

ในหญิงที่อายุมาก มีลูกแล้ว มักมีปัญหาหน้าท้องใหญ่ และหย่อนยานตามมา
ซึ่งปัญหาของหน้าท้อง สามารถแบ่งได้เป็น 1. ไขมันส่วนเกิน  2. ผิวหนังส่วนเกิน   3.  กล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนยาน

กรณีที่หน้าท้องใหญ่ โดยที่ไม่มีผิวหนังหย่อนยาน ส่วนที่เป็นปัญหาคือไขมันส่วนเกิน สามารถแก้ไขได้โดยการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว

กรณีที่หน้าท้องใหญ่ร่วมกับมีหนังหน้าท้องหย่อนยานมาก สามารถแก้ไขได้โดยการผ่าตัด abdominoplasty (ตัดหนังหน้าท้องและไขมันส่วนเกินออก +/- เย็บซ่อมกล้ามเืนื้อหน้าท้อง)

การผ่าตัด abdominoplasty
- เป็นการผ่าตัดใหญ่ ต้องดมยาสลบ และต้องมีสภาพร่างกายพร้อม
- จะมีแผลผ่าตัดบริเวณรอยขอบกางเกงใน ยาวจากสะโพกด้านหนึงไปยังอีกด้านหนึ่ง แต่แผลจะถูกบังไว้เมื่อใส่กางเกงใน
- หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 3-4 คืน
- ต้องเดินก้มตัว นอนงอเอว (ห้ามยืดเอวตรง) นานประมาณ 1 เดือน เพื่อป้องกันแผลผ่าตัดแยก
- ห้ามยกของหนัก และห้ามออกกำลังกายหนัก นาน 3 เดือน

ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่นเสียเลือด การผ่าตัดใช้เวลายาวนานอาจทำให้ฟื้นตัวช้า
- แผลแยก ป้องกันได้โดยนอนงอเอวตลอด ไม่ไอหรือเบ่งแรงๆ
- ผิวหนังบางส่วนเลือดมาเลี้ยงไม่ดีพอ เกิดผิวหนังตายบางส่วน ต้องตัดออก (skin necrosis)
- สะดือที่ย้ายตำแหน่งมา มีเลือดมาเลี้ยงไม่ดีพอ ทำให้ผิวบริเวณสะดือดำ ตายบางส่วน (umbilical necrosis)

ปล. ผลแทรกซ้อนเกี่ยวกับแผล อาจเกิดจากตัวคนไข้เองเช่นมีโรคประจำตัวที่ทำให้การหายของแผลช้า (เช่น เบาหวาน, โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด, ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ)
หรืออาจเกิดจากเทคนิคของแพทย์ไม่ดีพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ถ้าแพทย์ระวังมากพอ









ผู้ป่วยหญิงวัยกลางคนมีปัญหาหน้าท้องหย่อนยาน ลุกนั่งลำบาก มีเชื้อราบริเวณที่เสียดสีกับหัวหนาวบ่อยๆ อับชื้น ทำความสะอาดยาก
ได้รับการผ่าตัดตัดหนังหน้าท้องส่วนเกิด ตัดไขมันส่วนเกิน และเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องให้กระชับ
ภาพนี้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์
ปล. รอยแผลจะจางลงเมื่อเวลาผ่านไป